พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ มีราคาที่ถูกกว่าพื้นไม้จริงมาก

พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ส่วนมากมักมีความหนาประมาณ 1.4 มม. ผลิตโดยนำแผ่นไม้จริงบางๆ หลายแผ่นมาวางซ้อนทับโดยทำมุมไขว้กันไปมาเพื่อความแข็งแรง โดยที่ชั้นบนสุดจะเป็นไม้จริงที่มีลวดลายสวยงามราคาแพง เช่น ไม้วอลนัท ไม้สัก ไม้โอ๊ค เป็นต้น และไม้ในชั้นอื่นๆจะเป็นไม้ที่มีราคาถูกลงมา ทำให้พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ราคาถูกกว่าพื้นไม้จริงแต่เมื่อปูแล้วจะไม่สามารถบอกความแตกต่างระหว่างพื้นไม้จริงได้เลยเพราะผิวด้านบนก็คือไม้จริง

พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ เป็นวัสดุตกแต่งภายในบ้าน ไม่เหมาะสมสำหรับการติดตั้งนอกบ้านและพื้นห้องที่เหมาะสมสำหรับติดตั้งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ จึงควรเป็นห้องที่ไม่มีน้ำและความชื้นเข้าถึงได้ ตัวอย่างห้องต่าง ๆที่นิยมติดตั้งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ เช่น ห้องนอน ห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น ห้องออกกำลังกาย เหมาะสมกับทั้งงานบ้าน โรงแรม และ คอนโดมิเนียม

พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ หรือไม้พื้นทำสีสำเร็จรูป ผลิตจากไม้จริงที่ได้ผ่านการคัดสรรเป็นอย่างดี จึงทำให้ได้ผิวสัมผัสเทียบเท่าไม้จริงในราคาย่อมเยาว์กว่า ขัดเคลือบเงาด้วย UV Lacquer สามารถปกป้องผิวไม้จากรอยขูดขีดและยืดอายุการใช้งาน รวมถึงโครงสร้างการวางแผ่นไม้เนื้อแข็งที่สลับกันไปมาในแต่ละชั้นเพื่อลดการขยายตัว จึงเหมาะสมต่อการใช้งานในสภาพอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วหรือมีสภาพอากาศที่แห้ง หรือชื้นได้เป็นอย่างดี เช่น บ้านพักอาศัย คอนโดมิเนียม ฯลฯ

ข้อดีของพื้นไม้เอ็นจิเนียร์คือไม่ต้องเสียเวลาขัด และทำสีเพราะมีการเตรียมพื้นสำเร็จพร้อมใช้มาจากโรงงาน เนื่องจากมีการทำสีที่เน้นความเป็นธรรมชาติ ก่อนติดตั้งเราต้องเตรียมพื้นให้เรียบเสมอกัน พื้นไม้เอ็นจิเนียร์สามารถปูทับได้ทั้งพื้นคอนกรีต พื้นกระเบื้องหากต้องการปูทับพื้นกระเบื้องเดิมก็ทำได้ เพียงแต่ต้องระวังเรื่องระยะของประตูอาจจะต้องมีการตัดประตูออกเล็กน้อย

ในส่วนของราคาพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ มีราคาที่ถูกกว่าพื้นไม้จริงมาก นอกจากจะได้ความคุ้มค่าทั้งราคา การดูแลบำรุงรักษาแล้ว ก็ยังใช้งบประมาณไม่มากเท่ากับพื้นไม้จริงอีกด้วย แต่ในเรื่องความสวยงามนั้นอาจจะแพ้พื้นไม้จริง แต่ด้วยความหลากหลายของไม้พื้นเอ็นจิเนียร์ที่ผลิตออกมาคล้ายความเป็นธรรมชาติได้มากขึ้น ก็จะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสวยงามของวัสดุปูพื้นประเภทไม้ได้เช่นกัน

การติดตั้งสามารถทำได้ง่ายขึ้นมาก และใช้ช่างที่ไม่ต้องชำนาญมาก แค่รู้หลักการ หรือคู่มือก็สามารถทำได้เอง เหมาะสำหรับปูพื้นที่มีความชื้น เช่น พื้นที่อยู่ชั้นล่าง หรือชั้นใต้ดิน หรือพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงความชื้นอันเนื่องมาจากอากาศ มีให้เลือกหลากสีสันและลวดลาย ตามท้องตลาดยังมีให้เลือกอีกมากมายหลายเกรด แต่หากต้องการความทนทานแนะนำให้เลือกใช้ไม้จริงทุกเลเยอร์ และควรตรวจสอบคุณสมบัติของไม้ เพื่อให้ได้ไม้คุณภาพดีและตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด

ใส่ความเห็น